อ.ธงทอง ชี้ป บริจาคที่ดินสร้างวัด เมื่อสร้างเสร็จ = กรรมสิทธิ์ “วัด”
ละเอียดยิบ! อ.ธงทอง ยกฎีกาชี้ปมพิพาทวัดป่าอดุลยราม เมื่อบริจาคที่ดินให้สร้างวัด เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ถือเป็นกรรมสิทธิ์ “วัด” มีสถานะที่ธรณีสงฆ…

จากประเด็นดราม่า วัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น ที่ญาติของผู้บริจาคเดิม แจ้งทวงคืนผืนดินทำเลทองเนื้อที่กว่า 26 ไร่ มูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท กับทางวัด พร้อมอ้างว่า เมื่อชื่อโฉนดเป็นของผู้บริจาคเดิม ที่ดินต้องตกทอดสู่ทายาทตามกฎหมาย และมองว่าสัญญายกให้ตั้งแต่ปี 2533 นั้นเป็นโมฆะ เพราะผู้บริจาคเดิมเสียชีวิตก่อนตั้งวัดเสร็จ รวมถึงกรณีไม่พบชื่อวัดนี้ในทำเนียบสงฆ์ภาค 9 กระทั่งมีกลุ่มปริศนาบุกติดป้ายพร้อมขับไล่พระสงฆ์ออกจากวัดดังกล่าว นั้น
วันนี้ (13 ส.ค. 69) ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานบอร์ดคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทวัดป่าอดุลยาราม พร้อมอ้างอิง คำพิพากษาฎีกาที่ 7638 / 2538 ชี้ว่า เมื่อมีผู้อุทิศยกที่ดินเพื่อสร้างวัด เมื่อมีการสร้างวัดแล้วเสร็จ ที่ดินจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์

ระบุว่า “โปรดพิจารณาคำพิพากษาฎีกาที่ 7638 / 2538 ซึ่งวางมาตรฐานเรื่องการยกที่ดินเพื่อเป็นที่สร้างวัด ว่าทันทีที่ผู้อุทิศมีเจตนาอุทิศชัดเจน ที่ดินย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้สร้างวัดตามเจตนาอุทิศนั้น โดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน ต่อมาเมื่อมีการสร้างวัดแล้วเสร็จ ที่ดินแปลงนั้นจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์
ผมขอขยายความของผมเพิ่มเติมว่า ที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดย่อมมีฐานะเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ซึ่งโดยหลักแล้วจะโอนจำหน่ายที่ธรณีสงฆ์ไปเป็นของผู้อื่นได้ต้องทำแต่โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น”

ต่อมา ศ. (พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่า ในคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของคนไทย ที่ยึดถือมาแต่ไหนแต่ไรและมีข้อกฎหมายสนับสนุน ที่ดินแปลงใดก็ตามที่วัดทั้งหลายได้รับพระราชทานจากพระเจ้าแผ่นดินหรือมีผู้มีจิตศรัทธาอุทิศถวายไว้เพื่อสร้างวัดแล้ว ที่ดินแปลงนั้นเรียกว่า ที่ธรณีสงฆ์
คลิปจากอีจัน
มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ไหม
แจ้งเบาะแสหรือสอบถามทีมข่าวอีจันได้โดยตรง











ความคิดเห็น(0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นกับชาวอีจัน