‘เอกนิติ’ ปลื้มต่างชาติร่วมประชุมโอลิมปิกการเงินโลกทุบสถิติเฉียด 2 หมื่นคน ไทยจับมือ IMF ปราบแก๊งสแกมเมอร์
‘เอกนิติ’ ปลื้มผู้นำการเงินโลกแห่ร่วมงานทุบสถิติเฉียด 2 หมื่นคน จับมือ IMF ลุยปราบปรามสแกมเมอร์-บัญชีม้าข้ามชาต…

วันนี้ (13 ต.ค. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมใหญ่ระดับโลก IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 69 ว่า ตลอดช่วง 2 วันของการประชุม ประเทศไทยได้รับการตอบรับและเสียงชื่นชมเป็นอย่างยิ่งจากธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รวมถึงผู้นำทางเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังจากทั่วโลก โดยมีผู้ลงทะเบียนเดินทางมาร่วมงานจากต่างประเทศเกือบ 20,000 คน ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดประวัติการณ์ตั้งแต่เคยมีการจัดประชุมมา
สำหรับการจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะได้รับคำชื่นชมจากนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือIMF ในเรื่องมาตรฐานการบริหารจัดการระดับสากลแล้ว ประเทศไทยยังสามารถดึงเอกลักษณ์ซอฟต์พาวเวอร์อย่าง ผ้าไทย ผ้าขาวม้า และถุงผ้า มาจัดแสดงและใช้ในงาน จนได้รับความสนใจและเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมาก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จขั้นแรกในการสร้างความเชื่อมั่นและตอกย้ำว่า ไทยมีความพร้อมในการจัดงานระดับ “โอลิมปิกทางการเงินของโลก” ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ขณะเดียวกัน บนเวทีหารือระดับนโยบาย ประเทศไทยได้แสดงบทบาทนำในเวทีโลก โดยร่วมเปิดเวที “Small AI Big Jobs” ร่วมกับธนาคารโลก เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยสร้างงาน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมทั้งส่งออกโครงการ “ไทยช่วยไทย plus” และแอปพลิเคชัน ” AI นกกระซิบ” ไปโชว์เป็นต้นแบบช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางจนได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม
นอกจากนี้ ไทยยังได้จัดเวที “Building Resilience in a fragmented world” ร่วมกับ IMF และธนาคารโลก เพื่อเสนอตัวเป็น “Trusted Connectors” หรือตัวกลางที่ได้รับความไว้วางใจในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลกท่ามกลางภาวะความขัดแย้งและสงครามการค้า
สำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทยนายเอกนิติ กล่าวว่า จากการถอดบทเรียนพัฒนาการเศรษฐกิจไทยตลอด 35 ปี นับตั้งแต่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2534 รวมถึงบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ทำให้ไทยมีการบริหารจัดการเสถียรภาพทางการเงินและการคลังที่แข็งแกร่ง และวันนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การขึ้นเครื่องบินรอบที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกระจายความมั่งคั่งสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ ในด้านภัยทางการเงิน ไทยเตรียมเสนอกรอบความร่วมมือ “Bangkok Blueprint” ร่วมกับ IMF โดยนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างระบบ PromptPay และโมเดลความร่วมมือ “Connect the Dot” ที่บูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนสามารถกวาดล้างและลดจำนวนบัญชีม้าลงได้ถึงประมาณ 31% พร้อมกับนำเกณฑ์มาตรฐานสากล Travel Rules มาใช้กำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อสกัดกั้นช่องทางของแฮกเกอร์และสแกมเมอร์ในระดับข้ามชาติอย่างเด็ดขาด
คลิปจากอีจัน
มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ไหม
แจ้งเบาะแสหรือสอบถามทีมข่าวอีจันได้โดยตรง










ความคิดเห็น(0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นกับชาวอีจัน