คดีฮั้ว สว. เสี่ยงทำประเทศถูก “กินรวบ” อดีตผู้พิพากษายกบทเรียนปี 49 เตือน กกต.
เตือน กกต. ระวังคุก! คดีฮั้ว สว. ร้ายแรงกว่าคดีเลือกตั้ง 49 ชี้ แค่ “น่าเชื่อ” ก็ส่งศาลได้แล้ว หวั่น กกต.ปล่อยผ่าน เสี่ยงทำประเทศโดน “กินรวบ”

ประเด็นการเมืองที่ต้องจับตาขณะนี้ คงหนีไม่พ้น คดีฮั้ว สว. ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลื่อนกำหนดวันลงมติชี้ขาดคำวินิจฉัย เพื่อส่งหรือไม่ส่งคดีให้ศาลฎีกา เป็นวันที่ 14 ก.ย. 69 ล่าสุดวันนี้ (31 ส.ค.69) นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาและอดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก มองว่าคดีฮั้ว สว. มีความร้ายแรงมากกว่าคดีการจัดการเลือกตั้งปี 2549 อย่างมาก เพราะส่งผลให้เครือข่ายทางการเมืองสามารถเข้าไปยึดฐานอำนาจในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและองค์กรสำคัญอื่น ๆ นอกเหนือจากการครองอำนาจบริหาร ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้โดยสิ้นเชิง
ในคดีเลือกตั้ง กกต. มีหน้าที่พิจารณา “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ไม่สามารถใช้ “หลักพิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัยตามสมควร” เหมือนในคดีความผิดทางอาญา เพราะฉะนั้นการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยของ กกต. ว่า “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้” ในการส่งคดีฮั้ว สว. ไปให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่นั้น ก็ต้องมีเหตุผลที่มีน้ำหนักเป็นที่ยอมรับได้ หากไม่ต้องการให้องค์กรต้องเผชิญกับวิกฤตความศรัทธา และประเทศขาติถูกกินรวบไปอย่างสมบูรณ์
โพสต์ของนายวัส ยังยกตัวอย่าง 6 ระดับความรับผิดชอบขององค์กรเลือกตั้งทั่วโลก พร้อมยกกรณีศึกษาในระดับสากล ซึ่งในจำนวนนี้มีคดีการจัดการเลือกตั้งในไทยด้วย โดยเป็นคดีที่ศาลฎีกาพิพากษายืนให้จำคุก พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต.และนายปริญญา นาคฉัตรีย์ อดีตกกต.คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี จากกรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เร่งรัดสอบสวนข้อร้องเรียนคดีจ้างพรรคเล็ก ลงรับสมัครเลือกตั้งในการเลือกตั้ง 2 เม.ย.49 ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานสูงสุดของไทยว่า กกต. ต้องรับโทษทางอาญาหากใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและเอื้อประโยชน์แก่พรรคไทยรักไทย
ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1EVo8Yfqft/?mibextid=wwXIfr
คลิปจากอีจัน
มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ไหม
แจ้งเบาะแสหรือสอบถามทีมข่าวอีจันได้โดยตรง










ความคิดเห็น(0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นกับชาวอีจัน