ธปท. เตือนเศรษฐกิจไทยส่อซึม ห่วงกระทบรายได้ ชี้เร่งแก้ปัญหา “โครงสร้าง”
ผู้ว่าฯ ธปท. คาดปี‘69 จีดีพีโต 2.3% เตือนเศรษฐกิจไทยกำลังโตต่ำซึมยาว หวั่นกระทบรายได้จนเป็น “หนี้เสีย“ ชี้ต้นตอปัญหาโครงสร้าง ”การศึกษา-สังคมสูงวัย-หนี้ครัวเรือน“ ย้ำดอกเบี้ยอย่างเดียวช่วยไม่ได…

วันนี้ (4 ก.ย.69) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าร่วมงานสัมมนา “Beyond ESG Thailand Transition # เปลี่ยนอนาคตประเทศ“ จัดโดยประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.69
เผยถึงวิกฤตความเสี่ยงของประเทศที่เปลี่ยนผ่านจากเรื่องเสถียรภาพไปสู่ปัญหาการเติบโตเชิงโครงสร้างอย่างน่ากังวลว่า เศรษฐกิจไทยกำลังซึมลงเรื่อย ๆ ในทุกทศวรรษ
อย่างไรก็ดี ภายใต้บริบทมีความผันผวนและความเสี่ยงของประเทศที่เปลี่ยนไป ภาพรวมเศรษฐกิจโตต่ำลงต่อเนื่องจากก่อนปี 2540 จีดีพีโต 7% และหลังปี 2540 เหลือ 5.3% และมาช่วงโควิด-19 ลดลงเหลือ 2.4% คาดว่าปี 2569 น่าจะเติบโตเพียง 2.3%
หากเศรษฐกิจโตต่ำลง รายได้ของคนและภาคธุรกิจลดลง ในท้ายที่สุดจะเป็นปัญหาหนี้เสีย กระทบต่อระบบเศรษฐกิจมหภาคได้ในอนาคต
“ความเสี่ยงของประเทศมันใหญ่ มันไม่ได้มีความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพ แต่มันมีความเสี่ยงว่าเศรษฐกิจมันโตต่ำ ต่ำลงไปเรื่อย ๆ ซึมลงไปเรื่อย ๆ แล้วถ้าเป็นอย่างงี้ เศรษฐกิจโตต่ำ ก็คือรายได้ของคนในประเทศ รายได้ของธุรกิจในประเทศ มันจะลดต่ำลงเรื่อย ๆ ท้ายที่สุด คนก็จะเป็น NPL เพราะว่ามีรายได้ไม่พอ รายที่รอดเหลืออยู่คือบริษัทสถาบันการเงิน สุดท้ายมันจะกระทบเสถียรภาพ”
สำหรับสาเหตุหลักที่ดึงรั้งเศรษฐกิจไทยเป็นผลมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างสะสมหลายด้าน ทั้งคุณภาพการศึกษาที่ไม่ตรงความต้องการของตลาดงาน, การเข้าสู่สังคมสูงวัย, ความเหลื่อมล้ำทางโอกาสและรายได้, ผลิตภาพการผลิต (Productivity) ที่ต่ำ รวมถึงปัญหาคอร์รัปชัน และการแบกรับหนี้ครัวเรือนที่สูงติดอันดับโลก
“ใครจะเถียงผมว่าเราไม่มีปัญหาภาคการศึกษา เราไม่ทันสมัยและไม่ตรงตามความต้องการ เรามีปัญหาเรื่องสังคมสูงวัย หนี้ครัวเรือนสูงที่สุดประเทศหนึ่งของโลกในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ถ้าไม่แก้ จะใช้นโยบายการเงินยังไงก็ตามประสิทธิภาพมันจะต่ำมาก เพราะว่ามันกระตุ้น Demand ไม่ได้ เพราะมันไม่มีกำลังซื้อเหลือ”
นายวิทัยกล่าวว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่สามารถพึ่งพาเครื่องมือทางนโยบายการเงินอย่างอัตราดอกเบี้ยได้เพียงอย่างเดียว และต้องอาศัยความร่วมมือลงมือทำจากทุกภาคส่วนจริง ๆ
“ปัญหาเชิงโครงสร้างคือปัญหาใหญ่ ซึ่งออกมาตรการเดียวไม่จบ คือปัญหาที่ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกันทำ มันก็ไม่แก้ไขมันแก้ไม่ได้ มันก็ไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่ลงมือทำ นโยบายการเงินมันกระตุ้น Demand ได้ดี แต่มันส่งผลต่อด้าน Supply ไม่ได้ และมันไม่มีผลต่อ GDP ศักยภาพ (Potential GDP) นี่เป็นข้อจำกัดของนโยบายการเงิน”
คลิปจากอีจัน
มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ไหม
แจ้งเบาะแสหรือสอบถามทีมข่าวอีจันได้โดยตรง










ความคิดเห็น(0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นกับชาวอีจัน