Grab จัดดินเนอร์หรูพา “ประธานปิ๊” เช็กอิน Deva Manor กินสำรับไทยในห้องเสวย 3 รัชกาล
มื้อนี้มีเรื่องเล่า! “ประธานปิ๊” บุก Deva Manor วังเก่า 130 ปี สัมผัสสำรับไทยสุดประณีตในห้องเสวย 3 รัชกาล ก่อนปิดตำนาน

อีจันจานเด็ด โดย ประธานปิ๊Deva Manor อิ่มสำรับไทยในพระตำหนักที่มีเรื่องเล่า
ค่ำวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ทีมผู้บริหาร Grab เชิญทีมผู้บริหารอีจัน ไปร่วมดินเนอร์ที่ Deva Manor หรือ เดวา มานัวร์ ย่านเทเวศร์ ใกล้ปากคลองผดุงกรุงเกษม พระตำหนักสีขาวงามสง่าโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำ เกิดความรู้สึกตั้งแต่แรกเห็นว่า มื้อนี้คงเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่พิเศษแน่นอนครับ
“พี่แซม” พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ผู้ดูแลและบูรณะพระตำหนัก ได้ให้เกียรติมาถ่ายทอดประวัติของสถานที่ให้พวกเราฟังด้วยตัวเอง จึงได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินจากเรื่องเล่า ก่อนจะเข้าสู่มื้ออาหารที่ตระเตรียมไว้อย่างประณีต
สถานที่แห่งนี้ คือ พระตำหนักใหญ่ วังปากคลองผดุงกรุงเกษม สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นที่ประทับของกรมพระจันทบุรีนฤนาท ต้นราชสกุลกิติยากร ก่อนมาอยู่ในความดูแลของครอบครัวอนิรุทธเทวา เมื่อได้ฟังเรื่องราวจึงเข้าใจว่า เบื้องหลังความงามของพระตำหนักที่เราได้เห็น มีทั้งการศึกษาค้นคว้ารายละเอียดของพระตำหนักเดิม ความอดทนในการบูรณะซ่อมแซม รวมถึงทุนทรัพย์จำนวนมากที่ใช้จ่ายไป เกิดขึ้น เพราะความผูกพันที่พี่แซมมีให้กับพระตำหนักหลังนี้อย่างลึกซึ้ง
ค่ำนี้พวกเราได้รับโอกาสให้ขึ้นไปกินอาหารในห้องบนชั้นสอง พี่แซมเล่าว่า ห้องนี้เคยเป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์สามพระองค์ ได้แก่ รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 เคยเสด็จฯ มาเสวยพระกระยาหาร เมื่อได้ฟัง พวกเราต่างยิ่งให้ความเคารพสถานที่ และนับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิด ทุกมุมของพระตำหนักชวนให้ตั้งใจมองและระลึกถึงเรื่องราวที่ผ่านกาลเวลามากว่าร้อยสามสิบปี
จากเรื่องเล่าที่เป็นอาหารสมอง ก็มาถึงสำรับที่รอให้พวกเราได้ลิ้มลองครับ บนโต๊ะมีรายการอาหารพร้อมชื่อแขกแต่ละคนจัดวางไว้ เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกถึงความใส่ใจ แล้วมื้อค่ำก็ค่อยๆ ดำเนินไปเป็นลำดับ ตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย สำรับไทย จนถึงของหวาน ชา และกาแฟ เปิดโอกาสให้ค่อย ๆ รับประทานและพูดคุยกันอย่างสบายใจ
เริ่มด้วย “หมูสะเต๊ะ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มและเครื่องอาจาด” จัดมาใต้ครอบแก้วอย่างสวยงาม เมื่อเปิดออกจึงได้พบอาหารคุ้นเคยในรูปแบบที่ชวนให้ตั้งใจชิม เสน่ห์ของหมูสะเต๊ะอยู่ที่กลิ่นเครื่องเทศและน้ำจิ้มถั่วรสเข้มข้น ส่วนอาจาดประกอบด้วยแตงกวา หอมแดง และพริกในน้ำปรุงเปรี้ยวหวานรสกลมกล่อม ช่วยเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน เป็นจานเปิดมื้อที่กินเพลินและชวนให้การพูดคุย บนโต๊ะเริ่มต้นอย่างเป็นกันเอง
ถัดมาเป็น “กุ้งแม่น้ำย่าง เสิร์ฟคู่กับยำถั่วพู” กุ้งตัวใหญ่มีทั้งความหวานของเนื้อและความมันกุ้ง จับคู่กับยำถั่วพูกรอบๆ รสนัวละมุนได้อย่างน่าสนใจ จิบไวน์ขาวรสชาติดีร่วมมื้อด้วย นับเป็นหนึ่งในจานที่ผมประทับใจครับ
คลิปจากอีจัน
มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ไหม
แจ้งเบาะแสหรือสอบถามทีมข่าวอีจันได้โดยตรง















ความคิดเห็น(0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นกับชาวอีจัน