“เอกนิติ” ชู 3 ทางรอดฝ่าวิกฤตโลกป่วน ปั้นไทยเชื่อมมหาอำนาจ เร่งค้าอาเซียน–ยุโรป
โลกแตกขั้ว ไทยต้องคว้าโอกาส! “เอกนิติ” ชู 3 ทางรอด ไทยเชื่อมมหาอำนาจ–โกยลงทุนต่างชาติสร้างงานใหม่คนในประเทศ เผย FDI ครึ่งปีแรกโต 47%

วันนี้ (13 ต.ค. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ร่วมเวที “Thai MOF Flagship Event: Building Resilience in a Fragmented World” ในการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group 2026 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากความแตกแยกไปสู่ยุคความมั่นคง ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานและการค้าโลกต้องปรับตัวอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้วางตำแหน่งตนเองเป็นตัวเชื่อมที่ได้รับความไว้วางใจระหว่างประเทศมหาอำนาจและประเทศขนาดเล็ก เพื่อเปลี่ยนความหลากหลายให้เป็นความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ โดยไทยได้วางกรอบนโยบายการปรับตัว 3 ด้านของไทย

1.การค้า (Trade Channel) เมื่อเผชิญกับสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางและกำแพงการค้า เช่น ประเทศไทยนำเข้าพลังงานสุทธิเพื่อมาใช้ในประเทศถึง 50% โดยนำเข้าหลักจากตะวันออกกลางเมื่อเกิดสงครามการค้าจึงได้กระจายแหล่งนำเข้าพลังงานไปยังแอฟริกาตะวันตกและละตินอเมริกาในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา
2.ตลาดการเงิน (Financial Channel) อย่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 0.6% ขณะที่ของสหรัฐฯ ปรับขึ้นถึง 1.2% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนถึงการรักษาวินัยทางการคลังที่เข้มงวดของไทย
3.การลงทุน (Investment Channel) ปัจจุบันไทยมีนักลงทุนยื่นคำขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 47% และการลงทุนภาคเอกชนเติบโตเกิน 10% ต่อเนื่อง 2 ไตรมาส ส่วนตัวคาดหวังให้ยอดการลงทุนจริงสูงขึ้นตามไปด้วย โดยสินค้าส่งออกในห่วงโซ่อุปกรณ์ AI ของไทยเติบโตสูงถึง 40% ในครึ่งแรกปี 2569 ซึ่งรัฐบาลไทยได้เร่งต่อยอดผ่านโครงการ “Skill Bridge” ร่วมกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับทักษะแรงงานไทยรองรับการลงทุนของอุตสาหกรรมใหม่
“เมื่อมีกำแพงการค้าเกิดขึ้น การค้าจะหาทางออกเหมือนน้ำ ที่ผ่านมาไทยซึ่งต้องนำเข้าพลังงานถึง 50% ได้ปรับตัวด้วยการกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานไปยังแอฟริกาตะวันตกและละตินอเมริกา ขณะเดียวกัน วินัยทางการคลังที่เข้มงวดส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ปรับขึ้นเพียง 0.6% น้อยกว่าสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นถึง 1.2% สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อประเทศไทยอย่างชัดเจน” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าว
คลิปจากอีจัน
มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ไหม
แจ้งเบาะแสหรือสอบถามทีมข่าวอีจันได้โดยตรง










ความคิดเห็น(0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นกับชาวอีจัน